“หน้า 7 หลัง 7” เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติที่หลายคนเคยได้ยินกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ยังไม่อยากใช้ฮอร์โมนหรืออุปกรณ์คุมกำเนิด แต่คำถามสำคัญคือ การนับหน้า 7 หลัง 7 ปลอดภัยจริงไหม มีโอกาสท้องไหม และหน้า 7 หลัง 7 นับยังไงถึงจะถูกต้อง
บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ หน้า 7 หลัง 7 แบบเจาะลึก พร้อมข้อควรระวังและคำแนะนำอย่างครบถ้วน เพื่อให้คนไข้สามารถวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปลอดภัย และมั่นใจมากยิ่งขึ้นครับ
สารบัญบทความ
หน้า 7 หลัง 7 คืออะไร?

หน้า 7 หลัง 7 คือวิธีการคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ (Fertility Awareness Method : FAM) โดยหลักการสำคัญของวิธีนี้คือ ‘การหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันไข่ตก’ หรือช่วงที่ร่างกายของผู้หญิงมีความพร้อมสำหรับการปฏิสนธิมากที่สุด เพื่อช่วยให้คู่รักที่ต้องการคุมกำเนิดแบบไม่ใช้ฮอร์โมน หรือวางแผนการตั้งครรภ์ สามารถทราบช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ครับ
วิธีนับหน้า 7 หลัง 7 อย่างถูกต้อง
การนับหน้า 7 หลัง 7 ให้แม่นยำนั้น ต้องอาศัยความเข้าใจในการนับรอบเดือนของตัวเองอย่างถูกต้องก่อนครับ เพราะหากนับวันคลาดเคลื่อนแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจเปลี่ยนจากช่วงปลอดภัยให้กลายเป็นช่วงเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้โดยไม่รู้ตัวครับ
ขั้นตอนการเริ่มนับจากรอบเดือน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการบันทึกวันแรกของประจำเดือนในแต่ละรอบอย่างสม่ำเสมอ เป็นเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อให้สามารถหาค่าเฉลี่ยของรอบเดือนที่ผ่านมาได้ครับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว รอบเดือนของผู้หญิงมักจะอยู่ที่ 28 วัน แต่ก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลได้ตั้งแต่ 21-35 วันครับ
การนับ “หน้า 7” คืออะไร
“หน้า 7” หมายถึงช่วง 7วันก่อนที่ประจำเดือนรอบถัดไปจะมา ซึ่งตามทฤษฎีการนับรอบเดือน ช่วงนี้ถือเป็นระยะที่ไข่ได้ตกไปแล้ว และเข้าสู่ระยะปลายของรอบเดือน ทำให้โอกาสที่ไข่จะถูกผสมและฝังตัวมีน้อยลงครับ จึงนับเป็นระยะปลอดภัยที่มีโอกาสตั้งครรภ์ค่อนข้างต่ำ
การนับ “หลัง 7” คืออะไร
“หลัง 7” หมายถึง 7 วันแรกนับจากวันแรกที่มีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เยื่อบุโพรงมดลูกกำลังหลุดลอกออกมา ทำให้สภาพแวดล้อมในมดลูกไม่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน และโดยทั่วไป ไข่จะยังไม่ตกในช่วงนี้ ตามทฤษฎีจึงจัดเป็นช่วงระยะปลอดภัย ไม่ท้อง หรือมีโอกาสตั้งครรภ์ต่ำมาก ๆ ครับ
แต่ในบางคน โดยเฉพาะคนที่มีรอบเดือนสั้นหรือฮอร์โมนแปรปรวน อาจมีการตกไข่เร็วผิดปกติ ทำให้ วิธีนับหน้า 7 หลัง 7 ไม่ปลอดภัยแบบที่คิด และอาจมีโอกาสท้องได้ครับ
ตัวอย่างการนับแบบง่าย
สมมุติว่าคนไข้ต้องการทราบวันปลอดภัยในรอบเดือนปัจจุบัน โดยมีรอบเดือนมาวันแรกคือวันที่ 15 และมีรอบเดือนปกติ 28 วัน
- ช่วงหน้า 7 : คือการนับย้อนกลับ 7 วัน ก่อนวันแรกที่ประจำเดือนมา (วันที่ 15) นั่นคือช่วงวันที่ 8-14 ของเดือน
- ช่วงหลัง 7 : คือ 7 วันแรกนับจากวันที่มีประจำเดือน นั่นคือช่วงวันที่ 15-21 ของเดือน
คำถามที่ว่าช่วงไหนท้องยากที่สุด? หากนับตามวิธีหน้า 7 หลัง 7 จะครอบคลุมช่วงวันที่ 8-21 ของเดือน ซึ่งจะถือว่าเป็นระยะปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ครับ
ทำความรู้จัก “วันไข่ตก” และความสำคัญต่อการตั้งครรภ์
วันไข่ตก (Ovulation) คือช่วงเวลาสำคัญที่รังไข่ปล่อยไข่ที่พร้อมปฏิสนธิออกไปยังส่วนปลายของท่อนำไข่ ซึ่งไข่ที่ถูกปล่อยออกมานี้จะมีชีวิตอยู่ได้สั้นมากเพียง 12-24 ชั่วโมงเท่านั้น
โอกาสตั้งครรภ์จะสูงที่สุดในช่วงหน้าต่างเจริญพันธุ์ (Fertile Window) ซึ่งรวม 5 วันก่อนวันไข่ตก และวันไข่ตกเอง การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จึงมีโอกาสตั้งครรภ์สูงครับ เพราะอสุจิ (Sperm) สามารถมีชีวิตอยู่ในร่างกายของผู้หญิงได้เฉลี่ย 2-3 วัน และบางตัวอาจรอดได้นานถึง 4-5 วัน เพื่อรอปฏิสนธิกับไข่
อย่างไรก็ตาม แม้รอบเดือนจะดูสม่ำเสมอ แต่ปัจจัยส่วนบุคคลทำให้วันไข่ตกอาจคลาดเคลื่อนไปจากที่คาดการณ์ได้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความแม่นยำของวิธีหน้า 7 หลัง 7 และเพิ่มความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ครับ
จดบันทึกรอบเดือนอย่างไรให้แม่นยำ
การจดบันทึกรอบเดือนให้แม่นยำเป็นพื้นฐานสำคัญของการนับหน้า 7 หลัง 7 และการวางแผนป้องกันการตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ควรทำหากต้องการคุมกำเนิดจึงมีดังนี้ครับ
- บันทึกวันแรกที่มีประจำเดือนของทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง
- จดจำนวนวันที่เลือดออก และอาการต่าง ๆ ที่สังเกตได้เป็นประจำ
- ใช้ปฏิทินหรือแอปพลิเคชันนับประจำเดือนในการช่วยจดบันทึก
หากทำตามวิธีเหล่านี้ จะช่วยให้คำนวณรอบเดือน นับวันไข่ตก และใช้วิธีหน้า 7 หลัง 7 ได้แม่นยำขึ้นครับ
ข้อควรระวังในการใช้วิธีนับหน้า 7 หลัง 7
แม้ว่าหน้า 7 หลัง 7 จะเป็นวิธีที่ดูง่ายและเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรระวังที่สำคัญที่คนไข้ต้องทำความเข้าใจก่อนนำไปใช้จริงครับ
ใช้ได้เฉพาะผู้ที่รอบเดือนปกติและตรงเวลา
วิธีนับหน้า 7 หลัง 7 จะมีประสิทธิภาพสูงสุดกับผู้หญิงที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอเท่านั้น หากคนไข้มีรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ การคำนวณวันปลอดภัยจะทำได้ยาก และอาจเกิดความผิดพลาดได้สูงมากครับ
ความคลาดเคลื่อนของรอบเดือนที่อาจทำให้ท้องได้
ความคลาดเคลื่อนของรอบเดือน เกิดจากปัจจัยภายในหลายอย่าง เช่น ความเครียด การเจ็บป่วย หรือมีภาวะ PCOS คือ Polycystic Ovary Syndrome ซึ่งทำให้การนับระยะปลอดภัย หน้า 7 หลัง 7 ผิดพลาด และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ครับ
พฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือมาไม่ตรงวัน
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็ส่งผลต่อรอบเดือนได้เช่นกันครับ เช่น การออกกำลังกายที่หักโหม การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว และการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้การนับวันไข่ตก หรือหน้า 7 หลัง 7 คลาดเคลื่อนได้ครับ
ข้อควรปฏิบัติสำหรับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
จากข้อควรระวังที่หมอได้กล่าวไป อาจจะสังเกตได้นะครับว่าวิธีหน้า 7 หลัง 7 นั้นมีความไม่แน่นอนสูง หากต้องการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ควรพิจารณาแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้ครับ
- ใช้ถุงยางร่วมด้วยเพิ่มความปลอดภัย : ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 98%
- การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ : การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้ง ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ได้ 50-90%
- เมื่อไหร่ควรทานยาคุมฉุกเฉิน : หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือการคุมกำเนิดล้มเหลว ควรทานยาคุมฉุกเฉินให้เร็วที่สุดหรือภายใน 72 ชั่วโมงหลังการมีเพศสัมพันธ์
หน้า 7 หลัง 7 วิธีนับระยะปลอดภัยที่ควรใช้ร่วมกับการคุมกำเนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
หน้า 7 หลัง 7 คือการนับระยะปลอดภัยตามธรรมชาติที่อาศัยการคาดการณ์จากรอบเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันไข่ตก หรือระยะที่ผู้หญิงมีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุด แต่หมอต้องย้ำว่าวิธีนี้มีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพสูงมาก แนะนำให้ใช้วิธีหน้า 7 หลัง 7 ในการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น และควรใช้ร่วมกับการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เช่น การใช้ถุงยางอนามัย หรือยาคุมกำเนิด เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และเพื่อสุขอนามัยทางเพศที่ดีของคนไข้ทุกคนครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุมกำเนิด การวางแผนครอบครัว หรือต้องการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ตรวจครรภ์ 2 ขีดและต้องการยืนยันอายุครรภ์ หรือต้องการปรึกษาด้านการนับอายุครรภ์ สามารถปรึกษาหมอที่ ธนวรรธน์ คลินิก ได้เลยครับ เรายินดีให้คำแนะนำ ดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองครับ
ช่องทางติดต่อ
- Facebook : Thanawat Clinic
- Line : @thanawatclinic
- สาขาห้วยขวาง-รัชดา Tel : 095-056-6446
- สาขาศรีนครินทร์ Tel : 095-556-9874
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มีเพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือน จะท้องไหม?
โอกาสท้องในช่วงมีประจำเดือนนั้นต่ำมากครับ แต่ก็ไม่ใช่ 0% เพราะอสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 3-5 วัน หากประจำเดือนหมดเร็ว และไข่ตกเร็วกว่าปกติ ก็อาจมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ครับ
ช่วงรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอควรทำอย่างไร?
หากคนไข้มีรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ไม่ควรใช้วิธีนับหน้า 7 หลัง 7 ในการคุมกำเนิดครับ หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ และเลือกวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงอื่น ๆ จะดีกว่าครับ
หากมีรอบเดือนปกติ การหลั่งในจะมีความเสี่ยงแค่ไหน?
แม้จะมีรอบเดือนปกติ แต่การหลั่งในในช่วงที่คิดว่าเป็นระยะปลอดภัยก็ยังมีความเสี่ยงท้องอยู่ครับ เนื่องจากวันไข่ตกอาจคลาดเคลื่อนได้ การใช้ถุงยางอนามัยหรือวิธีคุมกำเนิดอื่น ๆ จึงปลอดภัยกว่าครับ
หากมีรอบเดือนผิดปกติ ไม่แน่นอน จะมีความเสี่ยงเท่าไหร่?
หากรอบเดือนผิดปกติหรือไม่แน่นอน การคาดการณ์ระยะปลอดภัยจากประจำเดือนจะทำได้ยากมาก โอกาสในการตั้งครรภ์จึงสูงมาก ไม่แนะนำให้ใช้วิธีหน้า 7 หลัง 7 ในการคุมกำเนิดครับ
ตกลง “หลั่งในจะท้องหรือไม่” จริงๆ แล้วโอกาสเท่าไหร่
การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4-27% ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แม้จะใช้วิธีหน้า 7 หลัง 7 ร่วมด้วยก็ยังมีโอกาสท้องสูงอยู่ดีครับ
หน้า 7 หลัง 7 ป้องกันการตั้งครรภ์ได้กี่เปอร์เซ็นต์
หลายคนอยากรู้ว่าหน้า 7 หลัง 7 โอกาสท้องกี่เปอร์เซ็นต์ หรือหน้า 7 หลัง 7 ไม่ท้องจริงไหม? โดยทั่วไป ประสิทธิภาพของวิธีหน้า 7 หลัง 7 ในการป้องกันการตั้งครรภ์อยู่ที่ประมาณ 75-80% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าวิธีคุมกำเนิดอื่น ๆ มากครับ
References
Fertility Awareness. (n.d.). Planned Parenthood. https://www.plannedparenthood.org/learn/birth-control/fertility-awareness
Fertility Awareness-Based Methods of Family Planning. (2019, January). ACOG. https://www.acog.org/womens-health/faqs/fertility-awareness-based-methods-of-family-planning
Calculating Your Monthly Fertility Window. (n.d.). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/wellness-and-prevention/calculating-your-monthly-fertility-window

