โฟลิก กับความสำคัญสำหรับคุณแม่เตรียมตั้งครรภ์ เพื่อทารกที่สมบูรณ์แข็งแรง

โฟลิก

“ก่อนมีลูกต้องกินโฟลิกไหม?” “จะต้องกินโฟลิกนานแค่ไหนถึงมีลูกได้?” เป็นเรื่องที่ผมมักได้ยินจากคนไข้ที่กำลังเตรียมตัวมีลูก หลายคนบอกว่าไม่แน่ใจว่าจำเป็นแค่ไหน หมอบอกเลยครับว่า โฟลิก หรือวิตามินบี 9 นี้มีบทบาทสำคัญตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ไปจนถึงช่วงที่ทารกเริ่มสร้างอวัยวะและระบบประสาทสำคัญ ซึ่งถ้าคุณแม่ความรู้เรื่องนี้ จะช่วยให้มีการเตรียมตัวทานโฟลิกเสริมให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ช่วยลดโอกาสทารกพิการได้ครับ

Key Takeway

  • โฟลิก (วิตามินบี 9) สำคัญตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เพราะมีบทบาทในการสร้าง DNA การแบ่งตัวของเซลล์ และพัฒนาการของสมองและไขสันหลังทารกตั้งแต่ช่วง 4 สัปดาห์แรก
  • ควรเริ่มทานก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1–3 เดือน เนื่องจากระบบประสาททารกเริ่มพัฒนาเร็วมากในช่วงที่คุณแม่อาจยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์
  • ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้วางแผนมีบุตรคือ 400–800 ไมโครกรัมต่อวัน เพื่อให้ร่างกายมีโฟลิกเพียงพอ ลดความเสี่ยงความผิดปกติของระบบประสาททารก
  • โฟลิกช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางและสนับสนุนสุขภาพแม่ โดยมีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดระดับ Homocysteine และช่วยให้การเผาผลาญทำงานปกติ


กรดโฟลิกคืออะไร?

กรดโฟลิกคือ

‘โฟเลต’ และ ‘กรดโฟลิก’ ถือเป็นวิตามินบี 9 เหมือนกันครับ แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยดังนี้

กรดโฟลิก คือวิตามินบี 9 ในรูปแบบสังเคราะห์ ใช้ในอาหารเสริมและวิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ส่วนโฟเลต คือวิตามินบี 9 รูปแบบที่พบได้ในอาหาร เช่น ผักใบเขียว ตับ ถั่ว และธัญพืช ซึ่งทั้งสองอย่างให้ประโยชน์ต่อร่างกายในเรื่องการสร้างเม็ดเลือด การแบ่งตัวของเซลล์ และการพัฒนาของตัวอ่อนเหมือนกันครับ

เหตุผลที่แพทย์มักแนะนำให้รับประทานกรดโฟลิกในรูปแบบเม็ดเสริม ก็เพราะว่าร่างกายจะสามารถรับวิตามินบี 9 ในปริมาณที่สม่ำเสมอและเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ที่ร่างกายของคุณแม่มีความต้องการกรดโฟลิกสูงกว่าปกติครับ


กรดโฟลิกทำงานอย่างไร?

กรดโฟลิกทำหน้าที่เหมือนตัวช่วยเบื้องหลังของร่างกาย คอยดูแลกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดและเซลล์ของตัวอ่อนในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายต้องแบ่งตัวอย่างรวดเร็วมากครับ

เมื่อคุณแม่ทานกรดโฟลิก กรดโฟลิกจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและนำไปใช้ในการสร้างดีเอ็นเอ (DNA) และระบบประสาทของทารกในครรภ์ ทำให้มีการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและอวัยวะได้อย่างสมบูรณ์ แต่ในคุณแม่ที่ร่างกายขาดกรดโฟลิก จะเพิ่มโอกาสที่ทารกในครรภ์เกิดความพิการทางระบบประสาทได้มากขึ้นครับ

ทั้งนี้ กรดโฟลิกไม่ได้ทำงานแค่เฉพาะช่วงเตรียมตัวก่อนมีลูกเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อหลาย ๆ ระบบในร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น

  • ช่วยในการสร้างและซ่อมแซม DNA ทำให้การแบ่งตัวของเซลล์เป็นไปตามปกติ
  • มีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือดแดง ลดโอกาสเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต
  • สนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสมอง ซึ่งสำคัญทั้งในผู้ใหญ่และทารกในครรภ์
  • ช่วยให้ร่างกายใช้กรดอะมิโนได้ดีขึ้น ส่งผลต่อการเผาผลาญและการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน

จะเห็นได้ว่ากรดโฟลิกมีความสำคัญและจำเป็นต่อกระบวนการหลาย ๆ อย่างในร่างกาย โดยทั่วไปหมอมักจะแนะนำว่า แม้ไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่ก็ควรรับประทานอาหารที่มีโฟเลตสูง หรือรับประทานกรดโฟลิกเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินบี 9 อย่างเพียงพอครับ


กรดโฟลิกมีประโยชน์ยังไง มีผลดีต่อสุขภาพด้านไหนบ้าง?

โฟลิกมีบทบาทกับร่างกายในหลายด้านมากกว่าที่คิด การทานกรดโฟลิกให้เพียงพอต่อความต้องการ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดโอกาสการเป็นโรคบางชนิดได้ครับ

ภาวะที่กรดโฟลิกมีหลักฐานว่ามีประโยชน์อย่างชัดเจน

  • ป้องกันความผิดปกติของระบบประสาททารกในครรภ์ ช่วยให้การสร้างสมองและไขสันหลังในช่วงแรกเป็นไปอย่างปกติ
  • ภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต โฟลิกช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้อาการอ่อนเพลียจากเลือดจางดีขึ้น
  • ลดระดับ Homocysteine ในร่างกาย ในผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง
  • การเตรียมร่างกายก่อนตั้งครรภ์ ช่วยให้สภาพแวดล้อมของมดลูกและการแบ่งตัวของเซลล์เป็นไปอย่างปกติ

ภาวะที่กรดโฟลิกมักใช้เสริมการรักษา

  • ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิบางชนิด เพราะยากลุ่มนี้อาจลดระดับโฟเลตในร่างกาย
  • ผู้ที่มีปัญหาดูดซึมสารอาหาร เช่น โรคลำไส้บางชนิด ทำให้ได้รับโฟเลตจากอาหารไม่เพียงพอ
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพราะร่างกายมีความต้องการกรดโฟลิกสูงกว่าปกติ

ภาวะที่อาจได้รับประโยชน์จากกรดโฟลิก

  • ผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายจากภาวะโภชนาการไม่สมดุล โฟลิกอาจช่วยเสริมการสร้างเม็ดเลือดแดง
  • ผู้ที่รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักใบเขียว ซึ่งเป็นแหล่งโฟเลตตามธรรมชาติ
  • ผู้ที่วางแผนมีบุตรในอนาคต เพื่อเตรียมร่างกายล่วงหน้า

ภาวะที่กรดโฟลิกอาจไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะสม

  • ผู้ที่ได้รับโฟเลตจากอาหารเพียงพอแล้ว การเสริมเพิ่มอาจไม่ได้ให้ประโยชน์เพิ่มเติม
  • กรดโฟลิกไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงหรืออันตรายจากการคลอดก่อนกำหนด

ภาวะที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอในการใช้กรดโฟลิก

  • การป้องกันมะเร็งบางชนิด ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากเพียงพอ
  • การชะลอวัยหรือบำรุงผิวพรรณโดยตรง ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับอย่างชัดเจนว่ากรดโฟลิกมีผลต่อการชะลอวัย
  • การรักษาโรคเรื้อรังทั่วไป โฟลิกไม่ใช่ยาหลักในการใช้รักษาโรคทั่วไป

ทำไมผู้หญิงตั้งครรภ์และผู้วางแผนมีบุตรต้องทานกรดโฟลิก?

มีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่เริ่มทานกรดโฟลิกหลังทราบว่าตั้งครรภ์แล้ว ทั้งที่จริง ๆ แล้วช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายต้องได้รับกรดโฟลิกให้เพียงพอในการนำไปใช้ให้ทารกสร้างอวัยวะและระบบประสาท คือช่วง 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์และในไตรมาสแรกครับ

นั่นเป็นเพราะว่า โฟลิกมีบทบาทโดยตรงกับการสร้างระบบประสาทของทารก โดยเฉพาะสมองและไขสันหลังที่จะพัฒนาอย่างรวดเร็วมากในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังปฏิสนธิ หลายครั้งคนไข้ยังไม่รู้ตัวว่าท้อง แต่กระบวนการนี้ได้เริ่มไปแล้ว ถ้าร่างกายแม่มีโฟลิกไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลต่อการพัฒนาส่วนสำคัญเหล่านี้ได้ครับ

ในทางปฏิบัติ กรณีที่คนไข้มาตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ แพทย์มักประเมินภาวะโภชนาการและเริ่มจ่ายกรดโฟลิกให้ทานเสริมล่วงหน้า เพื่อให้ร่างกายมีโฟลิกที่เพียงพอ เตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และเมื่อมาฝากครรภ์ก็จะมีการดูแลต่อเนื่อง ให้ยาบำรุงครรภ์ โฟลิกและวิตามินที่จำเป็นเพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของทารก และสุขภาพของคุณแม่ไปพร้อมกันอย่างเหมาะสมครับ


ปริมาณกรดโฟลิกที่แนะนำต่อวัน

ในผู้หญิงทั่วไป ร่างกายควรได้รับโฟลิกประมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน เพื่อให้การสร้างเม็ดเลือดและการแบ่งตัวของเซลล์เป็นไปตามปกติ แต่เมื่อเริ่มวางแผนมีบุตรหรือเข้าสู่การตั้งครรภ์ ความต้องการของร่างกายจะเพิ่มขึ้น เพราะต้องใช้โฟลิกทั้งในการดูแลตัวคุณแม่ และในการสร้างเซลล์ของทารกพร้อมกัน ซึ่งโดยทั่วไปแนะนำให้รับประทานกรดโฟลิกประมาณ 400-800 ไมโครกรัมต่อวัน ในช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ครับ


แหล่งกรดโฟลิกจากธรรมชาติและอาหารเสริม

วิตามินบี 9 หรือโฟเลตสามารถพบได้จากอาหารธรรมชาติ หรืออาจได้รับการเสริมกรดโฟลิกในอาหารเสริมครับ ซึ่งอาหารที่มีโฟลิกสูงจะมีดังนี้

  • ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม บรอกโคลี 
  • ตับและเครื่องใน 
  • ถั่วและธัญพืช เช่น ถั่วแดง ถั่วเลนทิล ข้าวกล้อง และซีเรียลบางชนิด 
  • ผลไม้บางชนิด เช่น ส้ม กล้วย อาโวคาโด สตรอว์เบอร์รี
  • อาหารเสริมกรดโฟลิก เป็นรูปแบบที่แพทย์มักแนะนำในผู้วางแผนมีบุตรและหญิงตั้งครรภ์ เพื่อทานเสริมให้ร่างกายได้รับปริมาณโฟลิกที่เพียงพอต่อวัน
  • วิตามินรวมสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ส่วนมากมักมีโฟลิกเป็นส่วนผสม

ใครบ้างที่ควรได้รับกรดโฟลิกเป็นพิเศษ?

หากคนไข้มีภาวะหรือพฤติกรรมเหล่านี้ หมอแนะนำว่าควรทานกรดโฟลิกเสริมครับ

  • ผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการปฏิสนธิ
  • หญิงตั้งครรภ์ในทุกไตรมาส เพราะมีการสร้างเซลล์ของทารกและรกอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจากโฟเลตต่ำ การทานโฟลิกบำรุงเลือด จะช่วยเสริมการสร้างเม็ดเลือดแดงให้เป็นปกติ
  • ผู้ที่มีปัญหาดูดซึมสารอาหาร เช่น โรคลำไส้บางชนิด หรือผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือลำไส้
  • ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด เช่น ยากันชัก หรือยากดภูมิบางชนิด ที่อาจรบกวนการดูดซึมโฟเลตในร่างกาย
  • ผู้ที่รับประทานผักใบเขียวและอาหารสดน้อย ทำให้ได้รับโฟเลตจากอาหารไม่เพียงพอ

การใช้กรดโฟลิกอย่างปลอดภัย

การทานโฟลิกเสริมให้เหมาะกับช่วงวัยและสภาวะร่างกาย จะช่วยให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อร่างกายครับ

ผลข้างเคียงที่อาจพบ

โดยทั่วไปกรดโฟลิกถือว่าปลอดภัยมาก และคนส่วนใหญ่สามารถทานได้โดยไม่อันตราย แต่ในบางรายอาจพบผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ แน่นท้อง เบื่ออาหาร หรือรู้สึกนอนไม่หลับ ซึ่งมักขึ้นในกรณีที่ทานโฟลิกขนาดที่สูงเกินความจำเป็น และมักดีขึ้นเมื่อปรับขนาดให้เหมาะสมครับ

ข้อควรระวังและคำเตือนเป็นพิเศษ

ผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินบี 12 ควรระวังการทานโฟลิก เพราะอาจไปกลบอาการของโรคโลหิตจาง และทำให้โรคทางระบบประสาทจากการขาดวิตามินบี 12 ไม่ได้รับการรักษาและอาการแย่ลงได้


ทานโฟลิกให้ถึง เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่และลูก 

โฟลิกมีบทบาทต่อการสร้างเซลล์ เม็ดเลือด และระบบประสาทของทารกตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ไปจนถึงการดูแลสุขภาพของผู้หญิงในระยะยาว การเริ่มดูแลร่างกายด้วยการทานโฟลิกเสริมตั้งแต่ตอนวางแผนมีบุตร จึงเป็นเหมือนการวางรากฐานให้ทั้งแม่และลูกมีจุดเริ่มต้นที่ดีมากขึ้นครับ

ที่ธนวรรธน์ คลินิก ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้หญิงตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ไม่ใช่แค่ตอนที่ตรวจครรภ์ 2 ขีด เพราะการเตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยโฟลิกและการดูแลที่เหมาะสม จะช่วยให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น หากมีข้อสงสัยเรื่องการทานโฟลิกหรือการวางแผนมีบุตร สามารถเข้ามาพบแพทย์เพื่อปรึกษาได้ครับ เพราะการซักประวัติและปรึกษาแพทย์โดยตรงจะช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลคนไข้ได้เหมาะสมมากที่สุดครับ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

  • Facebook : Thanawat Clinic
  • Line : @thanawatclinic
  • สาขาห้วยขวาง-รัชดา Tel : 095-056-6446
  • สาขาศรีนครินทร์ Tel : 095-556-9874

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กรดโฟลิกทานต่อเนื่องได้ไหม? 

สามารถทานต่อเนื่องได้ในขนาดที่เหมาะสม โดยเฉพาะในผู้วางแผนมีบุตรและหญิงตั้งครรภ์ เพื่อให้ได้รับโฟลิกในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน

ผู้ชายควรทานกรดโฟลิกไหม?

ผู้ชายสามารถทานโฟลิกได้ เพราะมีบทบาทต่อการสร้างเม็ดเลือดและคุณภาพของเซลล์ครับ รวมถึงในกรณีร่างกายขาดโฟลิก การทานโฟลิกเสริมมีส่วนช่วยในการสร้างอสุจิเพิ่มครับ

ควรเริ่มทานกรดโฟลิกตั้งแต่เมื่อไร ถึงจะได้ผลดีที่สุด?

ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงวางแผนมีบุตร อย่างน้อย 1-3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ เพื่อให้ร่างกายมีปริมาณโฟลิกเพียงพอตั้งแต่ช่วงแรกของการสร้างและพัฒนาทารกครับ


References 

About folic acid. (n.d.). NHS. https://www.nhs.uk/medicines/folic-acid/about-folic-acid/

Folic Acid – Uses, Side Effects, and More. (n.d.) WebMD. https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-1017/folic-acid#overview

Merrell BJ, McMurry JP. Folic Acid. [Updated 2023 Aug 8]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK554487/

เราให้ความสำคัญถึงความเป็นส่วนตัวของคุณ ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเพื่อใช้ในบริการทางการแพทย์ของคลินิกเท่านั้น โปรดกดปุ่ม accept เพื่อยอมรับเงื่อนไขตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA