ตรวจหลังคลอด เรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ไม่ควรมองข้าม

ตรวจหลังคลอด

เมื่อพูดถึงการตั้งครรภ์ คนส่วนใหญ่ก็มักจะให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวในช่วงก่อนตั้งครรภ์และการดูแลตนเองในช่วงตั้งครรภ์ใช่ไหมครับ แต่รู้ไหมครับว่าช่วงที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามก็คือช่วงหลังคลอดซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่กำลังปรับตัวกลับสู่ภาวะปกติ แต่ก็มีบางครั้งที่อาจมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นในช่วงหลังคลอดได้ ดังนั้นในคุณแม่ที่คลอดบุตรไปแล้ว ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าตัดคลอด คุณหมอจึงต้องนัดคุณแม่มาตรวจหลังคลอดครับ

การกลับมาตรวจหลังคลอดไม่ใช่เพียงแค่การดูแผลผ่าตัดหรือแผลฝีเย็บเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีรายละเอียดหลายอย่าง เช่น การประเมินว่ามดลูกเข้าอู่ดีไหม น้ำคาวปลาหมดหรือยัง สภาพจิตใจและความเครียดของคุณแม่เป็นอย่างไร ปริมาณน้ำนมเพียงพอต่อการให้นมบุตรไหม และควรเลือกวิธีการคุมกำเนิดแบบไหนดีที่จะเหมาะกับแต่ละบุคคล เป็นต้น ดังนั้นหมอจึงอยากให้คุณแม่ทุกคนเห็นประโยชน์และความสำคัญของการมาตรวจหลังคลอดตามนัดครับ


Key Takeaway

  • การตรวจหลังคลอด ควรทำในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอดเพื่อประเมินการฟื้นตัวของมดลูก และแผลจากการทำคลอด
  • การตรวจหลังคลอดครอบคลุมถึงการเช็กความดันโลหิต การตรวจภายในเพื่อดูมะเร็งปากมดลูก และการประเมินสภาวะทางอารมณ์ของคุณแม่
  • หากคุณแม่ไม่ได้เข้ารับการตรวจหลังคลอดอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้ เช่น การอักเสบภายในมดลูก หรือภาวะซึมเศร้าหลังคลอด


ตรวจหลังคลอด คืออะไร?

การตรวจหลังคลอด (Postpartum Check-up) คือกระบวนการที่แพทย์จะทำการประเมินสุขภาพของคุณแม่หลังจากที่คลอดลูกไปแล้วประมาณ 4-6 สัปดาห์ครับ โดยกระบวนการตรวจหลังคลอด แพทย์จะตรวจดูว่ามดลูกหดรัดตัวและลดระดับกลับเข้าสู่อุ้งเชิงกรานเป็นปกติหรือยัง (เรียกว่า มดลูกเข้าอู่) แผลจากการคลอดไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือการผ่าตัดมีการติดเชื้อหรือไม่ รวมถึงการวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิดที่เหมาะสมครับ 

การตรวจหลังคลอดมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายของคุณแม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีการติดเชื้อภายในมดลูกและสภาพจิตใจมีความพร้อมในการดูแลบุตรได้อย่างเต็มที่ครับ


ทำไมการตรวจหลังคลอดถึงสำคัญ?

ไม่ได้ตรวจหลังคลอด อันตรายไหม

คุณแม่หลายคนมักถามหมอว่า “แผลก็ไม่เจ็บแล้ว ต้องมาตรวจด้วยเหรอคะ?” หมอต้องบอกเลยว่าสำคัญมากครับ เพราะอวัยวะภายในอย่างมดลูกหรือรังไข่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าครับ การมาตรวจจะช่วยให้หมอเช็กได้ว่ามีเลือดเสียหรือน้ำคาวปลา (Lochia) ค้างอยู่ข้างในไหม มดลูกเข้าอู่ไหม และที่สำคัญคือการตรวจหลังคลอด จะมีการตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกครับ เป็นโอกาสดีที่จะได้เช็กสุขภาพเชิงรุกไปในตัวครับ


ควรตรวจหลังคลอด ตอนไหน?

โดยปกติแล้วหมอจะนัดให้คุณแม่กลับมาทำการตรวจหลังคลอดในช่วงเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์หลังคลอดครับ หรือถ้าจำง่าย ๆ ก็คือประมาณ 1 เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง สำหรับคำถามที่ว่าตรวจหลังคลอดกี่วันถึงจะดี คำตอบที่เหมาะสมคือช่วง 30-45 วันครับ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มปรับตัวเข้าที่ น้ำคาวปลาควรจะหมดไปแล้ว และแผลส่วนใหญ่จะเริ่มสมานกันได้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้วครับ


การเตรียมตัวก่อนตรวจหลังคลอด มีอะไรบ้าง?

ก่อนที่จะมาพบคุณหมอเพื่อตรวจหลังคลอด คุณแม่ไม่ต้องตื่นเต้นครับ สามารถเตรียมตัวง่าย ๆ ดังนี้ครับ

  • จดบันทึกอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ปวดท้องน้อย มีเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือรู้สึกเศร้าผิดปกติ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ถอดง่าย สะดวกต่อการตรวจภายในและการตรวจเต้านมครับ
  • งดการมีเพศสัมพันธ์ ก่อนมาตรวจอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ผลการตรวจภายในมีความแม่นยำครับ
  • เตรียมคำถามที่สงสัยเรื่องการเลี้ยงลูก การให้นมบุตร หรือปรึกษาด้านการตรวจหลังคลอดกับแพทย์ได้เลยครับ

ตรวจหลังคลอด ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ตรวจหลังคลอดตรวจอะไรบ้าง

เมื่อคุณแม่มาถึงคลินิกหรือโรงพยาบาล หมอจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย เรามาดูกันครับการตรวจหลังคลอด ตรวจอะไรบ้าง

ตรวจเช็กร่างกายทั่วไป

เริ่มแรกของการตรวจหลังคลอด หมอจะดูเรื่องความดันโลหิตและน้ำหนักตัวครับ เพราะคุณแม่บางคนอาจจะมีภาวะความดันโลหิตสูงหลงเหลือจากการตั้งครรภ์ (Gestational Hypertension) นอกจากนี้ ในกรณีที่คุณแม่มีประวัติเสียเลือดปริมาณมากหรือตกเลือดในช่วงคลอดบุตร อาจจะมีการตรวจดูความเข้มข้นเลือดและประเมินภาวะซีดเพิ่มเติมด้วยครับ

ตรวจแผลผ่าคลอด

สำหรับคุณแม่ที่ถามหมอว่าผ่าตัดคลอดเจ็บไหม หมอต้องบอกเลยว่าตอนผ่าตัดคลอดคุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บครับ เนื่องจากตอนผ่าตัดคลอดจะมีคุณหมอดมยาสลบ (วิสัญญีแพทย์) คอยดูแลคุณแม่และให้การระงับปวดที่เหมาะสม เช่น การบล็อกหลัง การดมยาสลบ เป็นต้น แต่การตรวจหลังคลอด หมอต้องตรวจดูว่าแผลผ่าตัดเรียบเนียนดีไหม มีอาการบวมแดงหรือมีหนองซึมออกมาหรือไม่ ซึ่งแผลภายนอกอาจจะดูดี แต่บางครั้งอาจมีหนองหรือการติดเชื้อซ่อนอยู่ใต้แผลได้ครับ

ตรวจภายในหลังคลอด

นี่คือส่วนที่คุณแม่กังวลมากครับ มักจะถามหมอว่าตรวจหลังคลอดเจ็บไหม หรือตรวจภายในเจ็บไหม จริง ๆ แล้วมันเป็นการตรวจเพื่อดูว่าปากมดลูกปิดสนิทหรือยัง พร้อมตรวจดูว่ามดลูกเข้าอู่ไหม ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ในการหดรัดตัวเข้าอู่ โดยวิธีการตรวจหมอจะใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์คล้ายปากเป็ดสอดเข้าไปตรวจดูภายในช่องคลอดและปากมดลูก ตอนตรวจอาจจะรู้ตึง ๆ ได้ ให้คุณแม่ผ่อนคลายไม่เกร็ง ใช้เวลาตรวจไม่นานครับ

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

การตรวจหลังคลอดจะมีบริการตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ไปพร้อมกันเลยครับ เพราะคุณแม่บางคนยุ่งกับการเลี้ยงลูกจนอาจจะลืมตรวจประจำปีไปนาน การตรวจหลังคลอดนี้จึงครอบคลุมการดูแลสุขภาพผู้หญิงในระยะยาวไปในตัวครับ ซึ่งขั้นตอนการตรวจก็เหมือนกับการตรวจภายในปกติครับ

ตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ในบางเคสที่คุณแม่มีโรคประจำตัวตอนตั้งครรภ์ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDM) แพทย์อาจจะต้องเจาะเลือดเพื่อเช็กระดับน้ำตาลอีกครั้งครับว่าระดับน้ำตาลกลับมาเป็นปกติหรือยัง หรือถ้าคุณแม่ยังมีอาการอ่อนเพลียมาก แพทย์อาจจะตรวจเลือดหลังคลอดเพื่อดูค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพิ่มเติมครับ

ตรวจอาการผิดปกติ

แพทย์จะซักประวัติเรื่องน้ำคาวปลาครับว่ายังมีออกมาอยู่ไหม สีเป็นอย่างไร และมีกลิ่นเหม็นผิดปกติหรือไม่ครับ รวมถึงการซักประวัติเกี่ยวกับการให้นมบุตร กรณีที่คุณแม่มีปัญหาการให้นมบุตร คุณหมออาจจะตรวจเต้านมเพื่อดูว่ามีก้อนเนื้อหรือมีภาวะท่อน้ำนมอุดตัน (Blocked Duct) หรือไม่ เพื่อจะได้ให้คำแนะนำและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมครับ

ตรวจสภาพจิตใจ

การตรวจหลังคลอดในเรื่องนี้สำคัญไม่แพ้ร่างกายครับ แพทย์จะประเมินภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) คุณแม่บางคนอาจจะรู้สึกเหนื่อย ท้อ หรือร้องไห้ง่าย ซึ่งถ้าแพทย์ตรวจพบเร็ว จะช่วยให้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีและส่งผลดีต่อคุณแม่และลูกน้อยครับ ดังนั้น ถ้าคุณแม่มีความเครียดหรือวิตกกังวลใด ๆ ตอนมาตรวจหลังคลอด สามารถเล่าให้แพทย์ฟังได้เลยครับ


อาการหลังคลอดที่ต้องควรระวัง มีอะไรบ้าง?

หากยังไม่ถึงวันนัดตรวจหลังคลอดแต่มีอาการเหล่านี้ คุณแม่ต้องรีบมาพบแพทย์ก่อนวันนัดนะครับ

  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ตาพร่ามัว ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของความดันโลหิตสูง
  • มีไข้สูง หนาวสั่น ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อที่มดลูกหรือแผลคลอด
  • เลือดออกทางช่องคลอดมาก จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง
  • น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีสีแดงสดไม่จางลดลง
  • ปวดขา หรือมีอาการขาบวมแดงข้างเดียว ซึ่งอาจเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Deep Vein Thrombosis)

ตรวจหลังคลอดราคาเท่าไร แพงไหม?

หลายคนกังวลว่าค่าใช้จ่ายการตรวจภายในราคาเท่าไหร่ หรือค่าใช้จ่ายในการตรวจหลังคลอดจะสูงไหม หมอขออธิบายแยกเป็นส่วน ๆ ดังนี้ครับ

  • สิทธิกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) คุณแม่สามารถใช้สิทธิตรวจได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามสถานพยาบาลที่คุณแม่มีสิทธิอยู่ครับ ซึ่งครอบคลุมการตรวจร่างกายและวางแผนคุมกำเนิดครับ
  • โรงพยาบาลรัฐบาล สำหรับคำถามที่ว่าตรวจหลังคลอดที่อนามัยได้ไหม คำตอบคือได้ครับ ค่าตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูกหลังคลอดประมาณ 600-1,000 บาทครับ ไม่รวมค่ายาและการคุมกำเนิดที่คุณแม่เลือกครับ กรณีที่คุณแม่ต้องการฉีดยาคุมหรือฝังยาคุมด้วยก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • คลินิกและโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายตรวจมะเร็งปากมดลูกและตรวจภายในหลังคลอดที่คลินิกประมาณ 1,000-1,500 บาทครับ ข้อดีของการตรวจที่คลินิกคือ ใช้เวลารอคิวไม่นาน สะดวก รวดเร็ว ขั้นตอนการจองคิวไม่ซับซ้อน ส่วนโรงพยาบาลเอกชนจะมีความหลากหลายของราคาครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 1,500-2,500 บาท

ตรวจหลังคลอด ตรวจภายในหลังคลอดแบบละเอียดที่ Thanawat Clinic

การตรวจหลังคลอดคือบทเรียนสุดท้ายของการตั้งครรภ์แบบสมบูรณ์ครับ เพื่อให้ร่างกายของคุณแม่พร้อมสำหรับการเริ่มต้นบทบาทใหม่อย่างเต็มตัว การตรวจเช็กให้ชัวร์ว่ามดลูกเข้าอู่ดี แผลหายสนิท และจิตใจเบิกบาน จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกได้อย่างมีความสุขครับ หมอไม่อยากให้ละเลยเพราะคิดว่าไม่สำคัญครับ

ที่ธนวรรธน์ คลินิก หมอและทีมงานพร้อมดูแลคุณแม่ทุกท่านแบบใกล้ชิดและเป็นกันเอง หากคุณแม่ยังมีความกังวล ลองแวะมาปรึกษาหมอดูก่อนได้ครับ เรายังมีบริการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์สำหรับครอบครัวไหนที่วางแผนจะมีเจ้าตัวเล็กคนถัดไปด้วย เพราะการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การตั้งครรภ์ครั้งหน้าเป็นไปอย่างราบรื่น และดูแลให้ปลอดภัยครับ

ช่องทางการติดต่อ Thanawat Clinic

  • Facebook : Thanawat Clinic
  • Line : @thanawatclinic
  • สาขาห้วยขวาง-รัชดา Tel : 095-056-6446
  • สาขาศรีนครินทร์ Tel : 095-556-9874

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตรวจหลังคลอดเจ็บไหม? 

คุณแม่มักจะกังวลว่าตรวจหลังคลอดเจ็บไหม จริง ๆ แล้วอาจจะมีเพียงความรู้สึกตึง ๆ หรือไม่สบายตัวเล็กน้อยตอนใส่เครื่องมือตรวจภายในครับ แต่ถ้าคุณแม่พยายามผ่อนคลาย ไม่เกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน อาการเจ็บแทบจะไม่เกิดขึ้นเลยครับ หมอจะค่อย ๆ ตรวจด้วยความนุ่มนวลครับ

มดลูกเข้าอู่กี่วัน?

คำถามที่ว่ามดลูกเข้าอู่กี่วัน โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ครับ ในช่วงนี้มดลูกจะค่อย ๆ หดรัดตัวจนเล็กลงเท่าขนาดปกติก่อนตั้งครรภ์ การให้ลูกทานนมแม่จะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งช่วยให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้นครับ

ไม่ได้ตรวจหลังคลอด อันตรายไหม?

ถามว่าไม่ได้ตรวจหลังคลอดอันตรายไหม หมอคงบอกว่ามีความเสี่ยงครับ เพราะเราอาจจะพลาดการตรวจภาวะอักเสบภายใน หรือมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้น รวมถึงอาจจะพลาดการวางแผนคุมกำเนิดที่ถูกต้อง ทำให้เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ซ้ำในเวลาที่ร่างกายยังไม่พร้อมครับ

ตรวจหลังคลอด ห้ามเกินกี่เดือน?

สำหรับคนที่สงสัยว่าการตรวจหลังคลอดห้ามเกินกี่เดือน หมอแนะนำว่าไม่ควรเกิน 2 เดือนหลังคลอดครับ หากปล่อยไว้นานกว่านี้ การตรวจประเมินการฟื้นตัวของมดลูกอาจจะทำได้ไม่ชัดเจนเท่ากับช่วงเดือนแรก และน้ำคาวปลาที่อาจค้างอยู่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ครับ


References

Ramos, D. (2024, February). What to Expect at a Postpartum Checkup—And Why the Visit Matters. Every Stage Health. https://www.acog.org/womens-health/experts-and-stories/the-latest/what-to-expect-at-a-postpartum-checkup-and-why-the-visit-matters

Masters, M. (2023, July 19). Your Postpartum Checkups. What To Expect. https://www.whattoexpect.com/first-year/six-week-postpartum-checkup.aspx

Postpartum Care. (n.d.). Planned Parenthood. https://www.plannedparenthood.org/learn/pregnancy/postpartum-care

Armitage, M. (2021, November 10). Your First Postpartum Checkup: What to Expect and What to Ask. GoodRX. https://www.goodrx.com/conditions/pregnancy/postpartum-checkup

เราให้ความสำคัญถึงความเป็นส่วนตัวของคุณ ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเพื่อใช้ในบริการทางการแพทย์ของคลินิกเท่านั้น โปรดกดปุ่ม accept เพื่อยอมรับเงื่อนไขตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA